วิวัฒนาการของร่ม

ร่ม เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านจะต้องมี เพื่อนำมาป้องกัดแสงแดดและฟ้าฝน จุดเริ่มต้นของร่มนั้นมีประวัติมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นที่ 3,400 ปีที่แล้วโดยประมาณ โดยเริ่มจากที่ใช้ใบปาล์มติดเข้ากับแกนถือเพื่อปกป้องแสงแดดและมีภาพจำว่าร่มนั้นจะมีแกนถือและส่วนบนจะงอโค้งคล้ายรูปทรงเห็ด จนนวัตกรรมเริ่มผ่านมาเรื่อยๆ ร่มกลายเป็นสิ่งที่เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้นที่ใช้กัน โดยในสมัยก่อนร่มเริ่มใช้วัสดุผ้าไหม และกระดาษสากันน้ำมาใช้ และแพร่หลายในหมู่ผู้ร่ำรวย ขุนนาง และเชื้อพระวงศ์อีกด้วยเพราะสามารถแสดงถึงฐานะได้ ก่อนเวลาจะผ่านไปร่มก็เริ่มแพร่หลายไม่ใช่แค่ในหมู่ชนชั้นสูงแต่กระจายสู่ทุกชนชั้นในปัจจุบัน

โดยปัจจุบัน ร่มแพร่หลายไปทั่วโลกในราคาที่ไม่แพง อีกทั้งเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของทุกๆคน และได้เพิ่มประโยชน์จากเมื่อก่อนที่แค่จากป้องกันแสงแดดและกันฝน มาเป็นเพิ่มการกันแรงลมแรง ตกแต่งสถานที่เพื่อเพิ่มความสวยงามได้อีกด้วย และอีกทั้งยังเป็นการโปรโมทสินค้า โปรโมทแบรนด์ได้อีกด้วย โดยร่มมีรูปแบบมาตรฐานอยู่ 3 แบบได้แก่

 

  1. ร่มพับ เป็นร่มขนาดเล็กที่ทำมาเพื่อให่ง่ายต่อการพกพาเพราะเป็นร่มที่ขนาดกระทัดรัด เบา สามารถพกพาใส่กระเป๋าสะพายได้อย่างสบาย โดยร่มจะแบ่งออกเป็นตอนๆ โดยสามารถขยายหดได้เป็นตอนๆไป มีทั้งแบบ 2 ตอน 3 ตอน และ 5 ตอน

 

  1. ร่มตอนเดียว จัดเป็นร่มขนาดกลาง เป็นร่มที่มีขนาดดั้งเดิมแบบที่โบราณใช้กัน มีความแข็งแรงทนทานมากกว่าร่มพับ เพราะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นโดยมีขนาดตั้งแต่ 16 นิ้ว ถึง 30 นิ้ว โดยแต่ละขนาดก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเลือกให้เหมาะแก่การใช้งานของตัวเอง

 

  1. ร่มสนาม เป็นร่มขนาดใหญ่ที่มันนิยมใช้กันในพื้นที่กลางแจ้ง ออกบูธงานอีเวนท์ต่างๆ เพราะสามารถสกรีนลายโปรโมทสินค้าได้และดึงดูดสายตาผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมองเห็นได้มากตามชายหาด เพราะสามารถทนกระแสลมแรงได้เป็นอย่างดี และยังสามารถใช้ในการค้าขายสำหรับพ่อค้าแม่ค้าได้อีกด้วย เพื่อกันแสงแดดในตลาด กันแสงแดดในแก่ตัวพ่อค้าแม่ค้าเอง และลูกค้าที่มาเลือกชมสินค้าได้ด้วย